กองบุญกู้วิกฤติ เพื่อชีวิตเด็กยากไร้

ให้ความช่วยเหลือเด็กป่วยเรื้อรัง ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ขัดสนยากลำบากเป็นพิเศษ ชีวิตอยู่ในภาวะ "วิกฤติ" ต้องได้รับการกอบกู้ฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ หรือใกล้เคียงกับปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การกอบกู้ชีวิตของเด็กแต่ละคน มีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยสูงถึง 18,000 บาท (ต่อคน/ปี) และจะต้องดำเนินการต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 ปี กว่าเด็กจะมีสภาพดีขึ้นบ้าง ดังนั้นไม่ว่าท่านจะบริจาคเท่าใดก็ตาม ล้วนมีความหมายต่อการอยู่รอดของเด็กๆ ทั้งสิ้น

3 วิกฤติที่เด็กๆ ต้องเผชิญ

  1. เด็กพิการ เจ็บป่วยรุนแรง
  2. เด็กกำพร้าต้องอาศัยอยู่กับผู้สูงอายุ ฐานะยากจนมาก
  3. เด็กมีพ่อแม่เจ็บป่วย ไม่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้

แนวทางช่วยเหลือ

  • เด็ก พิการ เจ็บป่วยรุนแรง ต้องไปพบแพทย์ให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง
  • เด็กเจ็บป่วย กำพร้าอีกมากยังไร้ บ้าน ที่ปลอดภัย และต้องการ ห้องน้ำ ที่ถูกสุขลักษณะใช้
  • มอบ ข้าวสารอาหารแห้ง และ ของใช้จำเป็น ให้เด็กที่เจ็บป่วยมีเรี่ยวแรงต่อสู้กับโรคภัย และมอบทุนประกอบอาชีพ ให้ครอบครัวสามารถพึ่งพาตัวเอง
  • จัดหาอุปกรณ์การเรียน สนับสนุนให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือ
 
    
 
ไม่ใช่เด็กทุกคนที่โชคดี ยังมีเด็กอีกหลายร้อยคนซึ่งเจ้าหน้าที่ของเราในพื้นที่รายงานขึ้นมาว่ามีชีวิตเหมือนต้องคำสาป เด็กน้อยเกิดมากับความเจ็บป่วยพิการ ใช้ชีวิตอย่างทรมานเป็นที่น่าสลดใจ ความยากจนขัดสนของพ่อแม่ทำให้เด็กน้อยเหล่านี้ขาดโอกาสในการรักษาตัว
 
น้องแดน จ.เพชรบูรณ์  
 
“มันคันแผลมากแต่ยิ่งเกาก็ยิ่งแตกเป็นแผลมากขึ้น มันปวดแสบปวดร้อน เวลาเหงื่อออกยิ่งแสบ บางคืนผมนอนไม่หลับเลย เพราะมันตึง ๆ เจ็บ ปวดแผล ยิ่งอากาศหนาว ยิ่งทรมานมาก”
 
น้องแดนป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ ซึ่งเป็นกรรมพันธุ์ที่ติดมาจากพ่อตั้งแต่อายุ 2 เดือน มีแผลถลอกผุพอง ตามร่างกาย ใบหน้า แขนทั้งสองข้าง แผ่นหลัง จากเอวถึง สุดปลายเท้า บางแห่งมีเลือดปนหนองซึมออกมา ยิ่งนานวันอาการก็ลุกลามมากขึ้นจนทำให้เล็บเท้าหลุด พ่อป่วยด้วยโรคเดียวกันและไม่ได้รักษาต่อเนื่อง ส่วนแม่ป่วย เป็นโรคสันนิบาตลูกนก (โรคพาร์กินสัน) ร่างกายสั่นตลอดเวลา ต้องนอนเฉย ๆ ช่วยตัวเองไม่ได้ พ่อต้องคอยดูแลหาข้าวหาน้ำให้ ทำให้พ่อทำงานรับงานได้ไม่เต็มที่ รายได้ไม่พอกินพอใช้
 
น้องแดนไปรักษาที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ไกลจากบ้านถึง 148 กิโลเมตร เวลาไปหาหมอจะไปพร้อมกันเพื่อประหยัดค่ารถ ทั้ง 3 ชีวิตจะขี่จักรยานไปต่อรถสองแถว แต่ถ้าแม่มีอาการสั่นมาก ๆ จะซ้อนท้ายจักรยานไม่ได้ ต้องเหมารถมารับที่บ้านแทนเสียค่ารถสูงขึ้น อุปสรรคที่รุมล้อมทำให้พ่อเคยจะล้มเลิกความคิดจะรักษา และยังไม่อยากให้น้องแดนเรียนต่อเพราะไม่อยากให้ลูกโดนเพื่อน ๆ ล้อ ตอนนี้ไม่มีเด็กคนไหนยอมเล่นด้วย ทั้งพ่อแม่เด็กคนอื่น ๆ ในโรงเรียนไม่เข้าใจว่าโรคที่น้องแดนเป็นไม่ใช่เป็นโรคติดต่อ
 
“ผมอยากหาย ไม่อยากโดนเพื่อนล้อ และผมอยากหายเพราะอยากเรียนต่อ อยากเข้ามหาวิทยาลัย อยากเรียนหมอ จะได้มารักษาตัวเอง รักษาแม่กับพ่อ” น้องแดนบอก
 
“มันคันแผลมาก ยิ่งเกา ยิ่งแตก เป็นแผล ปวดแสบปวดร้อนมาก” 
 
น้องปูน จ.ขอนแก่น
 
เด็กน้อยวัย 9 ขวบ ป่วยเป็นโรคผนังหัวใจรั่วตั้งแต่เกิด รอยรั่วมีขนาดเท่ากับเหรียญบาท มีผลให้เหนื่อยง่าย ออกกำลังหรือทำงานหนักไม่ได้ แค่วิ่งเล่นไม่นานนักก็จะเหนื่อย หายใจติดขัด รู้สึกอึดอัด บางครั้งก็ถึงขั้นริมฝีปากคล้ำ หน้ามืด วิงเวียนศรีษะ
 
พ่อกับแม่ทิ้งน้องปูนไปตอนอายุ 1 ขวบ  ปล่อยให้ตายายเลี้ยง พอน้องปูนอายุได้ 2 ขวบ แม่ก็กลับมาพร้อม สามีใหม่ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้น
 
ตอนอายุ 7 ขวบ น้องปูนได้เข้าผ่าตัดเพื่อปิดรอยรั่วผนังหัวใจโดยใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค แต่เคราะห์กรรม แม้ผลของการผ่าตัดสามารถอุดรอยรั่วที่มีได้กลับเกิดมีรอยรั่วใหม่ขนาดเท่ารูเข็มสันนิษฐานว่าเกิดจากรอยเข็มที่เย็บแผล หมอแนะนำให้ทำการผ่าตัดซ้ำอีกครั้งแต่ครอบครัวปฏิเสธเพราะกลัวร่างกายน้องจะรับไม่ไหว
 
รอยรั่วที่ยังมีอยู่ ทำให้น้องปูนไม่แข็งแรงเหมือนเด็กวัยเดียวกัน เหนื่อยง่าย มีพัฒนาการทางด้านร่างกายช้ากว่าเด็กคนอื่น ๆ  พัฒนาการทางความคิดก็ช้าตามไปด้วย  ความผิดพลาดจากการผ่าตัดได้สร้างปมในใจ ครอบครัวจึงอยากเปลี่ยนโรงพยาบาลที่มีหมอชำนาญมากกว่า มีอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยกว่า แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว เฉพาะค่าผ่าก็ 150,000 บาทแล้วยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
 
แต่แล้ววิกฤติชีวิตระลอกใหม่ก็โถมมาอีก แม่น้องปูนป่วยด้วยโรคกระดูกทับเส้น ต้องกลับมารักษาตัวที่บ้าน ไม่สามารถทำงานได้ ค่าใช้จ่ายในบ้านจึงต้องพึ่งพาพ่อเลี้ยงคนเดียว ซึ่งก็มีรายได้จากการรับจ้างตัดอ้อย ได้เงินวันละ 300 บาท หาเช้ากินค่ำไปในแต่ละวัน  แทบจะไม่มีเหลือเป็นเงินเก็บแต่อย่างใด ความหวังที่น้องปูนจะได้รับการผ่าตัดอีกครั้งจึงแทบสูญสิ้นไป
 
“เคยผ่าตัดอุดผนังหัวใจรั่ว ตอน 7 ขวบ ใช้สิทธิ 30 บาท แต่กลับเกิดมีรอยรั่วใหม่”
 
น้องแตงโม จ.ชัยภูมิ
 
ชีวิตของหนูน้อยวัย 11 ขวบ เหมือนเกิดมาใช้กรรม สมองของหนูน้อยพิการมาตั้งแต่เกิด ร่างกายตัวอ่อนเหมือนเด็กแรกเกิด ลุกนั่ง หรือแม้แต่ขยับตัวยังทำไม่ได้ เพราะสมองไม่สั่งการ “แค่ปัดแมลงวันที่มาตอมยังไม่ได้” แม่ของหนูน้อยบอก
 
น้องแตงโมไม่รับรู้ใด ๆ นอนตลอดเวลา  แม่จะคอยดูแลตั้งแต่ล้างหน้า แปรงฟัน เช็ดตัว ป้อนข้าว ดูแลการขับถ่าย น้องไม่สามารถถ่ายเองได้จึงต้องกินยาระบายตลอด  แต่ขณะเดียวกันก็มีภาวะเบาจืด ร่างกายไม่กักเก็บน้ำ จะปัสสาวะตลอดเวลา ต้องพ่นยาที่ราคาขวดละ 1,700 บาท เข้าทางจมูกเพื่อลดการขับน้ำออก แม้กระนั้นก็ยังปัสสาวะวันละประมาณ 20 ครั้ง บางครั้งยาก็เอาไม่อยู่เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไป ต้องรีบพาไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล เพื่อให้น้ำเกลือก่อนจะช็อค
 
หนูน้อยเข้าออกห้องฉุกเฉินเป็นประจำด้วยสาเหตุข้างต้น และภาวะติดเชื้อด้วย  เนื่องจากร่างกายอ่อนแอ ไม่มีภูมิคุ้มกัน เผชิญภาวะแทรกซ้อนอีกหลายอาการ อาทิ หอบหืด อาการเกร็งต้องกินยากันชัก ภาวะติดเชื้อในปอด กินอาหารตามปกติไม่ได้ ต้องให้อาหารทางสายยางเท่านั้น    
 
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหาหมอ ค่ารักษา ค่ายา เป็นภาระที่หนักมากสำหรับครอบครัว ซึ่งมีพ่อคนเดียวที่ทำงานเป็นลูกจ้างร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง รับเงินรายวัน ที่ใช้ดูแลสมาชิกในบ้าน 6 คน รวมคนแก่ในบ้าน 3 คน คือ ปู่ ย่า ย่าทวดด้วย
 
“รายได้ก็ไม่พอหรอกค่ะ ยังดีว่าคุณหมอช่วยเหลือไม่ต้องจ่ายค่ายา แต่ก็ต้องหาค่ารถเดินทางไปหาหมอ กับค่าใช้จ่ายในการดูแลเขา เฉพาะค่าวัตถุดิบมาปั่นทำอาหาร เหลวก็ตกวันละ 70 บาทแล้ว แต่ที่อยากได้ที่สุดตอนนี้ คือ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เวลาน้องขับถ่ายก็จะเปรอะเสื้อผ้าไปหมด แต่ไม่มีเงินพอจะซื้อค่ะ” คุณแม่น้องแตงโมเล่า
 
“เวลาน้องถ่ายจะเปรอะผ้าไปหมด ที่อยากได้ที่สุดคือผ้าอ้อมสำเร็จรูป แต่ไม่มีเงินซื้อ” 

ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยสำหรับการช่วยเหลือเด็ก 1 คนสูงถึง 18,000 บาทต่อปี และต้องดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 2-3 ปี

โปรดอย่าทอดทิ้งให้เด็กเหล่านี้เผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง สละเดือนละ 600 บาท หรือเพียงเงินวันละ 20 บาท หรือมากกว่านั้น ท่านจะสามารถกอบกู้ชีวิตเด็กและครอบครัวที่กำลังเผชิญวิกฤตินี้ได้

รายงานโครงการ

ข่าวความเคลื่อนไหว

บ่มเพาะชีวิต กู้วิกฤติเด็กยากไร้

"เด็ก" คือ ทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด พวกเขาคือคำมั่นสัญญา ศักยภาพ และความหวังของเราในอนาคต แต่ในวันนี้เด็กกว่า 500 คน ยังตกอยู่ในความทุกข์ยาก ไม่มีจะกินหรืออยู่กับผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังและไม่มีรายได้แน่นอน

ความเปลี่ยนแปลงที่ดีของ น้องโฟ น้องสาม และ น้องแพน

น้องโฟ ได้ค่าเดินทางไปหาหมอ ซ่อมแซมบ้านและห้องน้ำ น้องสามก็มีจักรยานปั่นไปโรงเรียน และได้รับข้าวสารอาหารแห้ง ของใช้ประจำวันทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ส่วนน้องแพน มูลนิธิฯ ได้ช่วยระดมความร่วมมือของชุมชน ญาติพี่น้องเพื่อนบ้าน ช่วยกันสร้างบ้านหลังใหม่ที่ปลอดภัย มั่นคง

แม้ไม่มีทรัพย์ แต่ยังมีแรงและกำลังใจ

ครอบครัวของ "น้องอั้ม" ได้ทราบข่าวว่า โครงการกองบูญกู้วิกฤตเพื่อชีวิตเด็กยากไร้ จากมูลนิธิฯ จะสร้างห้องน้ำและต่อเติมบ้านให้ สิ่งที่พวกเขาทำคือ รื้อบ้านและถมดินด้วยตนเองวันละ 40-50 ถัง จนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน เมื่อโอกาสมาถึง ครอบครัวนี้ก็ไม่คิดแม้แต่จะงอมืองอเท้า สิ่งใดที่พอจะทำเองได้พวกเขาก็ทำเอง ถึงแม้จะไม่มีทรัพย์มากมาย แต่พวกเขาก็ยังมีกำลังแรงและกำลังใจ

ชะตาชีวิตของ "เด็กชาย" อารมณ์ดี

ทุกครั้งที่เดินทางไปหมู่บ้านเวียคะดี้ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เด็กชายตัวเล็กจะนั่งอยู่บนรถเข็นรอให้เดินไปหาเขาที่หน้าบ้าน ด้วยรอยยิ้มและถามถึงขนมโปรดที่ชอบซื้อไปฝากเขา นี่ก็เป็นระยะเวลากว่า 3 ปี แล้วที่ได้รู้จักเด็กชายแสนอารมณ์ดีคนนี้ จันทร์ทิตย์ เด็กในโครงการกองบุญกู้วิกฤติเพื่อชีวิตเด็กยากไร้

กรณิศก่อสร้าง จับมือ ซี.ซี.เอฟ. สร้างบ้านในฝัน เพื่อชีวิตใหม่ของเด็กยากไร้

บริษัท กรณิศ ก่อสร้าง จำกัด ร่วมกับ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. ปรับปรุง/ซ่อมแซมบ้านพักอาศัยและห้องน้ำ ให้แก่เด็กในโครงการกองบุญกู้วิกฤติเพื่อชีวิตเด็กยากไร้ ซึ่งเป็นเด็กที่ประสบปัญหายากจนเป็นพิเศษ บ้านทรุดโทรมและกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เพื่อนบ้าน

"เพื่อนบ้าน" คนที่ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่คนในครอบครัว แต่เป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือเรา ช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลบ้านในยามที่เราไม่อยู่ ศักดา เด็ก ซี.ซี.เอฟ. จ.เชียงรายเป็นเด็กใน โครงการกองบุญกู้วิกฤต เพื่อชีวิตเด็กยากไร้ อีกคนที่ได้รับน้ำใจมากมายจาก “เพื่อนบ้าน” ที่คอยช่วยเหลือพวกเขา

จิตอาสา ปันเวลาช่วยกัน

นักศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ด้วยการซ่อมแซมบ้านที่เก่าและทรุดโทรมให้กับ "น้องธันวา" ผ่านกิจกรรม "จิตอาสาพี่พาน้องทำความดี"

น้องอ้อ...ชีวิตที่ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก

น้องอ้อ เป็นอีกหนึ่งคนที่มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก บ้านของน้องอ้ออาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน มีฐานะยากจน อาศัยอยู่ในบ้านที่มีสภาพทรุดโทรม หลังคามุงด้วยสังกะสีที่มีรอยรั่วมากมาย พ่อเสียชีวิตตั้งแต่น้องอ้อยังเด็ก จากนั้นไม่นานแม่ก็แต่งงานมีครอบครัวใหม่ไม่กลับมาดูแลน้องอ้ออีกเลย
Copyright 2016 - CCF (Community Children Foundation) Under the Royal Patronage of HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn